รองเท้าเซฟตี้กันลื่น สำคัญกับงานประเภทไหน? ลดอุบัติเหตุ เพิ่มความปลอดภัยในที่ทำงาน
อุบัติเหตุจากการ “ลื่นล้ม” เป็นหนึ่งในสาเหตุหลักของการบาดเจ็บในโรงงาน คลังสินค้า และไซต์งานก่อสร้าง การเลือก รองเท้าเซฟตี้กันลื่น (Slip Resistant Safety Shoes) จึงเป็นสิ่งจำเป็น ไม่ใช่แค่ตัวเลือกเสริม
บทความนี้จะอธิบายว่า รองเท้ากันลื่นสำคัญกับงานประเภทใด และควรเลือกอย่างไรให้เหมาะกับลักษณะงานจริง
รองเท้าเซฟตี้กันลื่นคืออะไร?
รองเท้าเซฟตี้กันลื่น คือรองเท้าที่ออกแบบพื้นรองเท้าให้มีแรงยึดเกาะสูง ลดโอกาสลื่นไถลบนพื้นผิวที่มีน้ำ น้ำมัน หรือสารเคมี โดยผ่านมาตรฐานการทดสอบแรงเสียดทาน เช่น
-
พื้นกระเบื้องเปียกน้ำ
-
พื้นเหล็กเคลือบน้ำมัน
-
พื้นคอนกรีตเปียก
พื้นรองเท้ามักทำจากยาง Nitrile หรือ PU พร้อมลวดลายดอกยางเฉพาะสำหรับงานอุตสาหกรรม
งานที่ “จำเป็น” ต้องใช้รองเท้าเซฟตี้กันลื่น
งานโรงงานอุตสาหกรรม
โรงงานผลิตมักมี:
-
น้ำมันเครื่อง
-
น้ำหล่อเย็น
-
พื้นล้างทำความสะอาด
หากไม่มีรองเท้ากันลื่น ความเสี่ยงล้มจะสูงมาก โดยเฉพาะพื้นที่ใกล้เครื่องจักร
เหมาะกับ: โรงงานโลหะ พลาสติก ยานยนต์
งานคลังสินค้าและโลจิสติกส์
พื้นที่คลังสินค้ามักมี:
-
พื้นเรียบมัน
-
การเคลื่อนย้ายพาเลท
-
รถโฟล์คลิฟท์
การลื่นล้มอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุรุนแรงจากรถหรือของตกทับ
รองเท้าพื้นกันลื่นช่วยเพิ่มความมั่นคงขณะเดินและยกของหนัก
งานอาหารและเครื่องดื่ม
โรงงานอาหารและครัวอุตสาหกรรมมี:
-
น้ำ
-
น้ำมัน
-
ไขมัน
รองเท้าเซฟตี้กันลื่นเป็นข้อกำหนดพื้นฐานด้านความปลอดภัยในอุตสาหกรรมอาหาร
งานก่อสร้างและไซต์งานกลางแจ้ง
ไซต์งานมี:
-
โคลน
-
ฝนตก
-
พื้นไม่เรียบ
รองเท้าพื้นดอกลึกและกันลื่นช่วยลดการล้มในพื้นที่ขรุขระ
งานโรงพยาบาลและงานบริการ
พื้นที่ทำความสะอาดบ่อย เช่น:
-
โรงพยาบาล
-
ห้องปฏิบัติการ
-
ศูนย์บริการ
พื้นเปียกจากการถูพื้นเป็นประจำ จำเป็นต้องใช้รองเท้ากันลื่น
ทำไมรองเท้าเซฟตี้กันลื่นจึงสำคัญต่อองค์กร?
-
ลดอุบัติเหตุจากการลื่นล้ม
-
ลดค่าใช้จ่ายรักษาพยาบาล
-
ลดวันลาป่วย
-
เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน
-
ปฏิบัติตามกฎหมายความปลอดภัยแรงงาน
อุบัติเหตุจากการลื่นแม้ดูเล็กน้อย แต่อาจทำให้กระดูกหักหรือบาดเจ็บรุนแรงได้
ช่องทางการติดต่อ : Safetyjogger
